bannerbanner
 
เกจิอาจารย
| กระดานสนทนา
แผงพระดอทคอม
หลวงปู่เส็ง
หลวงปูเส็ง
ฝากซ์อ-ขาย
ร้านค้าทั่วไป
สั่งจองพระจากวัด
กระดานสนทนา
โฆษณา
ประวัติหลวงพ่อเส็ง
ขุนแผน
     หลวงปู่เส็ง จันทรสี (วัดบางนา)
     ปทุมธานีเป็นจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยพระเกจิอาจารย์ที่น่าเลื่อมใส หลายท่านไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่เอี่ยม
วัดสะพานสูง หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ หลวพ่อหร่ำ วัดกร่าง หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา และอีกหลายๆ ท่าน แต่
ที่นี้จะกล่าวถึงหลวงพ่อเส็ง วัดบางนา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างครุฑที่ไม่เป็นที่ ๒ รองใคร นอกจากนั้นหมู
มหาลาภท่านก็ยังเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ทุกคนอีกด้วย
ครุฑ
     หลวงปู่เส็ง ถือกำเนิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๔ ณ ตำบลบาง
โพธิ์ใน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี บิดาชื่อ จู เป็น
ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ มารดาชื่อ เข็ม เป็นชาวมอญ ท่านมี
พี่น้องทั้งหมด ๗ คนตัวท่านเป็นคนสุดท้อง และเป็นผู้ชาย
คนเดียวในตระกูล เมื่อวัยเด็กบิดาได้นำท่านไปฝากเรียน
หนังสือที่วัดบางนากับพระอาจารย์เกลี้ยง ที่เป็นเจ้าอาวาส
พออ่านออกเขียนได้จึงกลับไปช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ
ครั้นอายุได้ ๑๒ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบางนา
โดยมีพระอาจารย์เกลี้ยงเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชอยู่ได้ไม่
หมูทองแดง
นานก็มีความเชี่ยวชาญทางด้านพระธรรม จนสามารถเทศนาธรรมได้เก่งมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือพออายุ
ได้ ๒๑ ปี จึงได้เข้ารับการอุปสมบทเมื่อ ปีพ.ศ.๒๔๖๕ โดยมีพระครูนันทมุนี หรือต่อมาได้เป็นเจ้าคุณ
พระรามัญทมุนี วัดบางหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์ เป็น
พระกรรมวาจาจารย์  พระอธิการทัต วัดบางนา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “จันทรสี”
     ขณะอุปสมบทอยู่นั้นหลวงปู่เส็ง ตั้งใจเล่าเรียนพระธรรมวินัย และยังได้ร่ำเรียนพระคาถาอาคมต่าง ๆ
รวมถึงภาษาขอม จากหลวงปู่เทียนที่มีฐานะเป็นน้า และพระรามัญทมุนี และยังได้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน
จนเป็นที่ชำนาญ นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปศึกษาเพิ่มเติมจากอาจารย์ต่างๆ อีกหลายท่าน เมื่อศึกษา
จนเป็นที่พอใจแล้วหลวงปู่เส็ง ก็ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบางนาเช่นเดิม
     จนถึงปีพ.ศ.๒๔๘๙ หลวงปู่เส็ง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนา นับเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่
๕ ต่อมาพ.ศ.๒๕๑๑ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูมงคลธรรมสุนทร หลวงปู่เส็ง
นับได้ว่าเป็นพระสงฆ์ที่ปราศจากกิเลสอย่างแท้จริง แม้จะได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสท่านก็มิได้ติดยึดใน
ลาภสักการะแต่ประการใด ทรัพย์สมบัติต่างๆ ที่ท่านได้รับถวายมา ท่านได้มอบต่อให้เป็นทรัพย์สินของ
ทางวัดทั้งสิ้น
     ส่วนเรื่องการสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่เส็งนั้น ท่านได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นมาหลายชนิด โดยเริ่มสร้าง
ขึ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เมื่อพ.ศ.๒๕๑๐ ในครั้งนั้น ท่านทำการสร้างเป็นพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผงมี
หลายพิมพ์ด้วยกัน โดยมีส่วนผสมหลายอย่างด้วยกัน เช่น ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห
ผงพุทธคุณ ฯลฯ หลังจากนั้นราว ๕–๖ ปี ท่านจึงสร้างเหรียญเสมาขึ้นมาเป็นรุ่นแรกคือ ปีพ.ศ.๒๕๑๕
โดยท่านจะทำการปลุกเสกเดี่ยวมาตลอด
     ส่วนสาเหตุที่ท่านหันมาสร้างรูปหมูนั้น มีเรื่องเล่าว่า ได้มีชาวบ้านคนหนึ่ง นำลูกหมูมาถวายท่าน บอก
ท่านว่า ลูกหมูตัวนี้ติดมากับกอสวะไหลมาตามน้ำ หลวงปู่เส็งได้เอ็นดูเลี้ยงลูกหมูนั้นมาเรื่อยๆ ซึ่งลูกหมู
ตัวนั้นมีอายุยืนยาวมาก แก่จนกระทั่งมีเขี้ยวงอกออกมา หลวงปู่เส็งได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า "เจ้าทองแดง"
     ต่อมาเจ้าทองแดงตายไปเพราะความเฒ่าชรา บรรดาลูกศิษย์วัดของ หลวงปู่
เส็งเห็นว่า ไหนๆ ก็ตายไปแล้วก็ขอเอาเนื้อมาทำอาหาร เพื่อประหยัดค่ากับข้าว
เมื่อนำเอาเจ้าทองแดงไปชำแหละผลปรากฏว่า ไม่ว่าจะเชือด จะหั่น จะแทง ตรง
ไหนก็แล้วแต่ หาได้ระคายผิวหนังของเจ้าทองแดงไม่ ทั้ง ๆ ที่เจ้าทองแดงก็ตาย
ไปแล้ว นั่นคงเป็นเพราะหลวงปู่ท่านเสกข้าว เสกน้ำให้กินทุกวัน บรรดาลูกศิษย์วัด
จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดที่จะกินเจ้าทองแดง
     ด้วยเหตุนี้บรรดาศิษย์วัด และศิษย์บ้านทั้งหลายเมื่อรู้ข่าวเข้าก็พากันมาขอร้อง
ให้หลวงปู่สร้างวัตถุมงคลรูปหมูขึ้นมา อย่างน้อยก็เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเจ้าทองแดง
อีกทั้งหลวงปู่เส็งท่านก็มีความรู้ความสามารถในเรื่องการสัก และการลงยันต์ หมู
สมเด็จ
ูทองแดง ว่าเป็นของคงกระพันสุดๆ
      ท่านจึงได้ให้ลูกศิษย์และฆราวาสศึกษารูปแบบ ถ่ายแบบจากหมูป่าจริงๆ เพื่อนำมาถอดรูปทำแบบ
เป็นหมูทองแดงเขี้ยวตัน เมื่อใส่รูปแบบที่ถูกต้องตามลักษณะของหมูป่าแล้ว หลวงปู่เส็งจึงได้ลงแผ่นทอง
สามกษัตริย์ และวัตถุมงคลอื่นๆ ให้ช่างแกะพิมพ์และหล่อออกมาโดยใช้ตะกั่วเป็นหลัก เป็นรูปหมูแล้วจึง
นำไปชุบทองแดง เพื่อให้สมกับตั้งชื่อว่า “หมูทองแดงเขี้ยวตัน” ตามที่เราท่านได้เห็นกันในทุกวันนี้ และ
วัตถุมงคลที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของหลวงปู่เส็งนั่นก็คือ พญาครุฑ วัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อด้านมหาอำนาจ สร้าง
ออกมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ โดยสร้างขึ้นเป็นเนื้อตะกั่วชุบทองมีเพียงเนื้อเดียวเท่านั้นนะครับ ทำบุญตอน
นั้นรู้สึกว่าจะทำบุญตัวละ ๕๐ บาท
     หลวงปู่เส็งท่านมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๑ ขณะมีอายุได้ ๘๗ ปี ๖๖
พรรษา
                                                                                                  «BACK
free free หน้าแรก contacts
Copyright© 2007-2011 www.phangpra.com
All rights reserved